ภาพและข่าว
เครดิตเพจ สยามอัพบเดทดอทคอมครับ
http://www.siamupdate.com/news-183301
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ใกล้วันหวยออกว่า ที่วัดแจ้งแสงอรุณ บ้านนาดี ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ได้มีชาวบ้านจำนวนนับร้อยคน เดินทางมาที่วัดเพื่อร่วมทำพิธีบวงสรวง รำแก้บน ของผู้โชคดีรายหนึ่ง ที่นำข้าวปลาอาหาร ของหวานคาว มากราบไหว้และรำแก้บนหลังจากที่มาบนไว้ และกลับบ้านแล้วนอนฝันว่ามี พญานาค ไปบอกหวย บอกญาติพี่น้อง ซื้อลอตเตอรี่ไว้ และส่วนหนึ่งแทงหวยใต้ดินปรากฏว่า ถูกหวยกันถ้วนหน้า รวมแล้วเหยียบล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้ที่วัดดังกล่าวมีเด็กวัดที่คอยดูแลพระในวัดได้เข้ากราบขอพรโชคลาภจาก ปู่ศรีสุทโธนาคราช และ เจ้าแม่ตะเคียนทอง ปรากฏว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 รวยในพริบตา และทำให้บรรดาเซียนหวยแห่มาขอแทบทุกวัน รวมทั้งหวยหุ้นด้วย ล่าสุดมีคนรวยนับล้านบาท จึงมาแก้บนในวันนี้
นางบุญมา ก้อนแพง อายุ 44 ปี ชาวบ้านบึง ต.วังยาง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร กล่าวระหว่างมาร่วมงานบวงสรวงว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะตนถูกหวยแทบทุกงวด แต่ไม่มาก เพราะเล่นแบบระวังตัวไม่งมงาย โดยจะมาขอกับหวยนางตะเคียน และ ปู่ศรีสุทโธพญานาคราช ที่มาจากบ้านดุง หรือเป็นองค์เดียวกัน ที่วัดคำชะโนด อ.บ้านดุง ที่เป็นตำนาน ผีจ้างหนังโด่งดังมาแล้ว ท่านจะเดินทางไปมาระหว่างวัดนี้กับวัดคำชะโนด
จึงมีการอัญเชิญทำศาลให้เรียกว่าปู่ศรีสุทโธนาราช และชาวบ้านมากราบไหว้ ไม่ใช่แต่โชคลาภด้านนี้อย่างเดียว ใครที่ยังขออะไรไม่สมปรารถนา ลองมาดู ท่านจะอัศจรรย์กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวท่านแน่นอน และต่อมาชาวบ้านไปขุดพบไม้ตะเคียนโบราณอายุนับร้อยปี ที่ห้วยแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน จากนั้นนำมาเก็บที่วัด เซียนหวยถูกกันทุกวัน โดยในงวดนี้ จากที่ตนเข้าไปขอ ได้เลข 14 และ 25 บางคนบอกเป็นตัวเดิม งวดที่แล้ว ตนเชื่อว่าน่าจะถูกอีก
ทางด้านพระอธิการสัตราวุฒิ ชยนภนันโท เจ้าอาวาดวัดแจ้งแสงอรุณ กล่าวระหว่างมาคอยรับญาติโยมและให้ความสะดวกชาวบ้านบ้านว่า เรื่องแบบนี้ก็บอกแล้ว พระไม่สนับสนุน แต่เมื่อเป็นความต้องการของชาวบ้านก็ว่ากันไป แต่ไม่งมงาย การมาฟ้อนมารำแก้บน ก็มีกันทั่วไปหลายพื้นที่ ก็ต้องปล่อย เพราะเขาก็ทำดี ไม่ให้ใครเดือดร้อน และทำแล้วสบายใจก็ทำ ส่วนเรื่องโชคลาภเป็นบุญวาสนาของแต่ละคน ทางพระก็ไม่ส่งเสริมในเรื่องของพนัน เพราะเป็นสิ่งไม่ดี แม้จะเล่นกันบ้างก็เอาพอสมควรไม่เดือดร้อนและไม่งมงาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านที่มารำบวงสรวงและแก้บนวันนี้มาจากผู้ที่ถูกหวยมีโชคนับล้านบาท เพื่อรำถวาย และทราบว่ามีคนที่ถูกหวยบอกว่ามีพญานาค ไปเข้าฝันบอกตัวเลข เป็น 802 และ นางตะเคียน ให้ 02 ทำให้ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นเลขเด็ดของเซียนหวยไปแล้ว โดยตามแผงลอตเตอรี่ขายหมดเกลี้ยงแผงแล้ว
ร่วมกดไลค์เพจเพื่อไม่พลาดข้อมูลดีๆ
นอกจากนั้นยังพบว่า ที่บริเวณศาลพญาเต่างอย มีชาวบ้านเดินทางมาถวายน้ำแดง น้ำหวานจำนวนมาก และตัวเลขที่มีคนได้ไป เป็น 55 ทำให้ในตลาดเลขดังกล่าวไม่มีเหลือแล้ว และส่งผลให้เจ้ามือหวยใต้ดินถึงกับประกาศไม่รับแทงตัวเลขดังกล่าวแล้ว
“แต่ยังมีเซียนหวยบางรายยอมแทงเชื่อว่าจะถูก แม้เจ้ามือหวยประกาศว่าหากตัวเลขดังกล่าออกมา จะขอจ่ายเพียง 30 % ก็ยังมีชาวบ้านยอมเสี่ยง เพราะเชื่อว่าต้องถูกแน่นอน เนื่องจากงวดที่ผ่านมาหวยพญาเต่างอยออกตรงเผงทำเอาเจ้ามือผวา ไม่กล้ารับ ส่วนลอตเตอรี่ไม่ต้องพูดถึง ขายหมดตั้งแต่ 5 วันก่อนแล้ว บางคนซื้อใบละ 150 บาท ก็ยังยอมซื้อ เพราะเชื่อว่า งวดนี้ต้องมีทีเด็ดอีก” เซียนหวยกล่าว
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559
โดยเพจ ข่าวสัส.ขนลุก!!! “ครูบาศรีวิชัย” ทำนายไว้กว่า 100 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นจริงทุกประการ
ขนลุก!!! “ครูบาศรีวิชัย” ทำนายไว้กว่า 100 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นจริงทุกประการ
…[ขอขอบคุณข้อมูล และเครดิตภาพจาก khonkaenlink และ dhammajak]ร่วมกดไลค์เพจเพื่อไม่พลาดข้อมูลดีๆด้วยกัน
ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด ครูบาศรีวิชัย เป็นที่รู้จักและอยู่ในความทรงจำของชาวล้านนา คือการที่ท่านเป็นผู้นำในการสร้างทางขึ้นสู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพโดยพลังศรัทธาประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ ซึ่งใช้เวลาสร้างเพียง 5 เดือนเศษ โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ หรือส่วนราชการเลย
นอกจากนี้ ท่านยังทำนายบ้านเมืองในภายภาคหน้า ซึ่งก็คือปัจจุบัน ได้ตรงอย่างน่าขนลุก ความว่า ( ภาษากำเมือง ) “ต่อไปเบื้องหน้า… วัดจะหมอง มองจะห่าง หนตางจะเลี่ยน โฮงเฮียนจะดี คนบ่มีจะได้กิ๋นข้าว คนเฒ่าใส่เขี้ยวขาว แม่ฮ้างนางสาวจะนุ่งเตี่ยว ป่าเฮ่วม่วนเหมือนปอย ภูดอยจะล้าน คนขี้คร้านจะได้กิ๋นดี คนบ่ดีหนีไปนอนสาด ตูบกาดเต๋มบ้านเต๋มเมือง น้ำเหมืองเอาน้ำแม่ งัวควายบ่แพร่ คนเฒ่าคนแก่บ่มีไผแอ่วหา ปู๋ปล๋าหนีน้ำ เอาน้ำตกกับถ้ำเป๋นตี้แอ่วตี้จุม คนจักชุมนุมกั๋นเป๋นกลุ่มเป๋นก้อน บ้านเมืองจะเดือดฮ้อน ละอ่อนสอนบ่ฟังกำ คนใจ๋ดำมีทั่วประเทศ คนจักเหมือนผีเหมือนเผต ตึงแม่ญิงป้อจายผมมีบ่เกล้า ข้าวมีบ่ต๋ำ หนตางดีบ่มีคนไต่ ฮอยคนเหมือนฮอยงู คนจักซานบนดินมาหนึ่งศอก น้ำบ่อออกอยู่บนเฮือน เครือเขาเลื่อนบนอากาศ คนฉลาดแป๋งควายเหล็กมาขาย คนมีหูติ๊บต๋าติ๊บ ดำดินบินบนได้ จักมีในเบื้องหน้าแต้แหล่..ปี้น้องตังหลายเหย..ฯ”
โดยแปลเป็นภาษากลางได้ว่า
“ ในอนาคต วัดวาอารามจะไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไปทำบุญหรือถือศีลฟังธรรม ครกมองตำข้าวก็จะไม่มีคนใช้ตำข้าวอีก ถนนหนทางก็จะราบเรียบใช้เดินทางไปมาอย่างสะดวกสบาย โรงเรียนก็จะใหญ่โต คนยากจนก็จะมีข้าวกิน คนชราก็จะใส่ฟันปลอมเต็มปาก แม่หม้ายนางสาวก็จะละทิ้งผ้าถุงหันไปสวมใส่กางเกงกันหมด ป่าช้าก็จะครึกครื้นด้วยเสียงเพลง (เพลงแห่ศพ..บางแห่งมีวงดนตรีแสดงสด ๆ ขณะเผาศพ หรือเปิดเพลงโปรดของผู้ตาย..) ภูเขาก็ปราศจากต้นไม้ คนเกียจคร้านก็มีอยู่มีกินอย่างดี คนชั่วช้าก็ล้มตายไป มีร้านค้าขายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง น้ำคลองซอยเล็กก็อาศัยน้ำจากแม่น้ำใหญ่ วัวควายก็ค่อย ๆ สูญพันธุ์ไป คนแก่คนเฒ่าก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ปูปลาก็ลดหายไปจากลำน้ำ ผู้คนต่างชอบท่่องเที่ยวไปตามถ้ำและน้ำตก ผู้คนมีร่วมชุมนุมประท้วงกันอย่างมากมาย บ้านเมืองจะเกิดความระส่ำระสายวุ่นวาย เด็ก ๆ ลูกหลานก็จะดื้อรั้นไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ใหญ่ ผู้คนไร้คุณธรรมน้ำใจก็จะมีอยู่ทั่วทุกมุมเมือง ผู้คนก็จะเป็นเสมือนพวกภูตผีและพวกเปรตที่มีแต่ความละโมบโลภมาก ทั้งชายหญิงต่างไว้ผมยาวประบ่า ข้าวที่มีอยู่ก็ไม่ใช้ครกตำ ถนนหนทางดีแต่คนก็ไม่ใช้เท้าเดินกัน ร่องรอยของผู้คนก็คล้ายรอยงู(ล้อรถยนต์) ผู้คนก็จะเหาะเหินล่องลอยอยู่เหนือพื้นดิน ในบ้านเรือนก็มีก็อกประปามีน้ำกินน้ำใช้อย่างสะดวก สายไฟฟ้าสายโทรศัพท์มีโยงอยู่ทั่วไปในชุมชน คนที่มีความรู้ก็ผลิตรถแทรกเตอร์มาใช้ทำไร่ไถนา ผู้คนต่างก็มีหูทิพย์ตาทิพย์ (โทรศัพท์-โทรทัศน์-อินเตอร์เน็ต) ผู้คนมีพาหนะทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน-บนดิน-ลอยฟ้า หรือเครื่องบิน สิ่งเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอนนะ พี่น้องทั้งหลาย…“
หมายเหตุ : ในบางประโยคนั้น เป็นปริศนาธรรมที่ลึกซึ้ง ที่จะต้องตีปริศนาและขบคิด ค้นหาความหมายที่ถูกต้องครับ ถ้าท่านใดเป็นผู้รู้มาช่วยแปลด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
ประวัติของครูบาศรีวิชัย
นายอินท์เฟือน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกันดาร มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มากโดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยง ในช่วงนั้นบ้านปางยังไม่มีวัดประจำหมู่บ้าน จนกระทั่งเมื่อนายอินท์เฟือนมีอายุได้ 17 ปี ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ “ครูบาขัตติยะ” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ครูบาแฅ่งแฅะ” (หมายถึง ขาพิการ เดินขากะเผลก) เดินธุดงค์จากบ้านป่าซางผ่านมาถึงหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้ท่านอยู่ประจำที่บ้านปาง แล้วก็ช่วยกันสร้างกุฏิชั่วคราวให้ท่านจำพรรษา
เด็กชายอินท์เฟือน จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ และเมื่ออายุได้ 18 ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่อารามแห่งนี้ โดยมีครูบาขัตติยะเป็นพระอุปัชฌาย์ 3 ปีต่อมา (พ.ศ. 2442) ได้เข้าอุปสมบทในอุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาในการอุปสมบทว่า “สิริวิชโยภิกฺขุ” มีนามบัญญัติว่า พระศรีวิชัย หลังอุปสมบท
เมื่ออุปสมบทแล้ว พระศรีวิชัย สิริวิชโยภิกขุ ได้กลับมาจำพรรษาที่อารามบ้านปาง 1 พรรษา จากนั้นได้ไปศึกษากัมมัฏฐานและวิชาอาคมกับครูบาอุปละ วัดดอยแต อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ต่อมาได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของครูบาวัดดอยคำ และอีกท่านหนึ่งที่ถือว่าเป็นครูของครูบาศรีวิชัยคือ ครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน
ครูบาศรีวิชัย ได้รับการศึกษาจากครูบาอุปละ วัดดอยแต เป็นเวลา 1 พรรษาก็กลับมาอยู่ที่อารามบ้านปางจนถึง พ.ศ. 2444 อายุได้ 24 ปี พรรษาที่ 4 ครูบาขัตติยะได้จาริกออกจากบ้านปางไป (บางท่านว่ามรณภาพ) ครูบาศรีวิชัย จึงรักษาการแทนในตำแหน่งเจ้าอาวาส และเมื่อครบพรรษาที่ 5 ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านปาง จากนั้นก็ได้ย้ายวัดไปยังสถานที่ที่เห็นว่าเหมาะสม คือบริเวณเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งวัดบ้านปางในปัจจุบัน เพราะเป็นที่วิเวกและสามารถปฏิบัติธรรมได้เป็นอย่างดี โดยได้ให้ชื่อวัดใหม่แห่งนี้ว่า วัดจอมสรีทรายมูลบุญเรือง แต่ชาวบ้านทั่วไปยังนิยมเรียกว่า วัดบ้านปาง ตามชื่อของหมู่บ้าน
ครูบาศรีวิชัย เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด ท่านงดการเสพหมาก เมี่ยง บุหรี่ โดยสิ้นเชิง ท่านงดฉันเนื้อสัตว์ ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 26 ปี และฉันอาหารเพียงมื้อเดียว ซึ่งมักเป็นผักต้มใส่เกลือกับพริกไทย บางครั้งก็ไม่ฉันข้าวทั้ง 5 เดือน ผักที่ท่านจะไม่ฉันเลยคือ ผักบุ้ง ผักปลอด ผักเปลว ผักหมากขี้กา ผักจิก และผักเฮือด-ผักฮี้ (ใบไม้เลียบอ่อน) โดยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดงดได้ การบำเพ็ญกัมมัฏฐานจะเจริญก้าวหน้า ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง ธาตุทั้ง 4 จะเป็นปกติ ถ้าชาวบ้านงดเว้นแล้วจะทำให้การถือคาถาอาคมดี
คำสอนครูบาศรีวิชัย
ครูบาศรีวิชัย มีความปรารถนาที่จะบรรลุธรรมะอันสูงสุดดังปรากฏจากคำอธิษฐานบารมีที่ท่านอธิษฐานไว้ว่า “…ตั้งปรารถนาขอหื้อได้ถึงธรรมะ ยึดเหนี่ยวเอาพระนิพพานสิ่งเดียว…” และมักจะปรากฏความปรารถนาดังกล่าว ในตอนท้ายของคัมภีร์ใบลานที่ท่านสร้างไว้ทุกเรื่อง
สิ่งที่ทำให้ครูบาศรีวิชัย เป็นที่รู้จักและอยู่ในความทรงจำของชาวล้านนา คือการที่ท่านเป็นผู้นำในการสร้างทางขึ้นสู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพโดยพลังศรัทธาประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ ซึ่งใช้เวลาสร้างเพียง 5 เดือนเศษ โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ
การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครูบาศรีวิชัยได้รับคำเรียกร้องจากศรัทธาประชาชน ให้ช่วยดำริและจัดการเรื่องนี้ จึงเริ่มลงมือสร้างเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ เชิงดอยสุเทพด้านห้วยแก้ว โดยมี พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เป็นผู้ขุดจอบเป็นปฐมฤกษ์ การสร้างถนนสายนี้ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากวันหนึ่งๆ จะมีผู้คนช่วยทำงานประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ถ้าคิดมูลค่าแรงงานเป็นเงินก็คงมากมายมหาศาลทีเดียว การสร้างทางสายนี้ใช้เวลา 5 เดือน กับ 22 วัน จึงแล้วเสร็จ และเปิดให้รถขึ้นลงได้ เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478
ปัจจุบันท่านครูบาศรีวิชัยยังคงเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขาเผ่าต่างๆ โดยจะเห็นได้จากการที่ชาวเขากลุ่มใหญ่ในปัจจุบัน ก็ยังคงไม่กินเนื้อสัตว์ตามคำสอนของท่านครูบาศรีวิชัยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อีกทั้งท่านยังเป็นพระสงฆ์องค์แรกๆ ที่ทำให้ชาวเขาเลิกนับถือผีสางอีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูล และเครดิตภาพจาก khonkaenlink และ dhammajak
มุมมอง อีกหนึ่งมุม จากข่าวที่บางทีเรามองแค่มุมเดียว
ออกโรงซัด! "ชัย ราชวัตร" ป้องนักบินผู้ช่วย ถาม3ข้อจี้ "พาที-นกแอร์" พร้อมเตือนปมนักบินมีไม่พอเพียง
"ชัย ราชวัตร" นักการ์ตูนนิสต์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ค Chai Rachawat ระบุว่า เรียน คุณพาที สารสิน CEO สายการบินนกแอร์
ผมเห็นด้วยกับท่านที่ทำการตรวจสอบกลุ่มนักบินผู้ช่วย ที่ส่งไลน์กลุ่มนินทาผู้โดยสารระดับ VIP และทำการลงโทษตามสมควรแกเหตุ ขอย้ำว่าตามสมควรแกเหตุ ไม่ใช่ไล่ออกตามแรงยุของบรรดาขี้ข้าสอพลอ มิเช่นนั้น ท่านก็จะตกที่นั่งเป็นคนระดับเดียวกับกลุ่มขี้ข้าสอพลอ
ไหน ๆ ท่านก็ทำการตรวจสอบด้วยตัวท่านเองแล้ว ผมใคร่แนะนำท่านตรวจสอบลงลึกไปอีกดังนี้
1 เคยมีผู้โดยสารนกแอร์ระดับ VIP ท่านอื่นใด ถูกลูกเรือของนกแอร์ซุบซิบนินทาเป็นเรื่องตลกเช่นนี้มาก่อนหรือไม่
2 ถ้ามีก็เป็นเรื่องความประพฤติที่ไม่สมควรยิ่งของลูกเรือนกแอร์ ต้องได้รับการลงโทษมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกเรือคนอื่นต่อไป
3 ถ้าไม่เคยมี เกิดขึ้นเฉพาะนางคนนี้แต่เพียงผู้เดียว งั้นก็ไม่ใช่ปัญหานิสสัยประจำของลูกเรือแล้ว หากแต่เป็นความประพฤติส่วนตัวของผู้โดยสาร ทำให้ลูกเรือเห็นขัน สมควรแบล็กลิสต์ผู้โดยสารเช่นนี้มิให้ขึ้นเครื่องนกแอร์อีกต่อไป มิฉะนั้นปัญหานี้ก็จะมีเกิดขึ้นให้เห็นอีก ถ้าท่านต้องไล่ออกลูกเรือบ่อย ๆ เพื่อเอาใจผู้โดยสารเช่นนี้ วันหนึ่ง ท่านจะไม่มีลูกเรือทำการบินอีกเลย
อนึ่ง ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ผมเคยเป็นลูกค้าประจำของนกแอร์ แต่วันหนึ่งผมต้องตัดใจเลิกราการเป็นลูกค้า เพราะเบื่อการดีเลย์เกือบทุกเที่ยวบินสาเหตุจากการนักบินมีไม่พอเพียงกับเที่ยวบิน อย่าให้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นกับองค์กร เพียงเพราะผู้โดยสารเอ๋อ ๆ คนหนึ่งเลย
ด้วยเจตนาดีต่อนกแอร์ครับ
เครดิตเพจ..ผู้จัดการ ครับ
"ชัย ราชวัตร" นักการ์ตูนนิสต์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ค Chai Rachawat ระบุว่า เรียน คุณพาที สารสิน CEO สายการบินนกแอร์
ผมเห็นด้วยกับท่านที่ทำการตรวจสอบกลุ่มนักบินผู้ช่วย ที่ส่งไลน์กลุ่มนินทาผู้โดยสารระดับ VIP และทำการลงโทษตามสมควรแกเหตุ ขอย้ำว่าตามสมควรแกเหตุ ไม่ใช่ไล่ออกตามแรงยุของบรรดาขี้ข้าสอพลอ มิเช่นนั้น ท่านก็จะตกที่นั่งเป็นคนระดับเดียวกับกลุ่มขี้ข้าสอพลอ
ไหน ๆ ท่านก็ทำการตรวจสอบด้วยตัวท่านเองแล้ว ผมใคร่แนะนำท่านตรวจสอบลงลึกไปอีกดังนี้
1 เคยมีผู้โดยสารนกแอร์ระดับ VIP ท่านอื่นใด ถูกลูกเรือของนกแอร์ซุบซิบนินทาเป็นเรื่องตลกเช่นนี้มาก่อนหรือไม่
2 ถ้ามีก็เป็นเรื่องความประพฤติที่ไม่สมควรยิ่งของลูกเรือนกแอร์ ต้องได้รับการลงโทษมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกเรือคนอื่นต่อไป
3 ถ้าไม่เคยมี เกิดขึ้นเฉพาะนางคนนี้แต่เพียงผู้เดียว งั้นก็ไม่ใช่ปัญหานิสสัยประจำของลูกเรือแล้ว หากแต่เป็นความประพฤติส่วนตัวของผู้โดยสาร ทำให้ลูกเรือเห็นขัน สมควรแบล็กลิสต์ผู้โดยสารเช่นนี้มิให้ขึ้นเครื่องนกแอร์อีกต่อไป มิฉะนั้นปัญหานี้ก็จะมีเกิดขึ้นให้เห็นอีก ถ้าท่านต้องไล่ออกลูกเรือบ่อย ๆ เพื่อเอาใจผู้โดยสารเช่นนี้ วันหนึ่ง ท่านจะไม่มีลูกเรือทำการบินอีกเลย
อนึ่ง ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ผมเคยเป็นลูกค้าประจำของนกแอร์ แต่วันหนึ่งผมต้องตัดใจเลิกราการเป็นลูกค้า เพราะเบื่อการดีเลย์เกือบทุกเที่ยวบินสาเหตุจากการนักบินมีไม่พอเพียงกับเที่ยวบิน อย่าให้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นกับองค์กร เพียงเพราะผู้โดยสารเอ๋อ ๆ คนหนึ่งเลย
ด้วยเจตนาดีต่อนกแอร์ครับ
เครดิตเพจ..ผู้จัดการ ครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

